โจรสลัดของไซปรัสทำให้มันเป็นอนาคตที่ดีกว่า

เดินตามรอยเท้าของผู้อื่นก่อน เพื่อสร้างอนาคต

การปฏิวัติวิกฤติในไซปรัสจากการรุกรานของตุรกี

จากปัญหาความขัดแย้งในไซปรัสที่มีมาเนิ่นนานตั้งแต่ปี 1960 หลังจากที่ประเทศสหราชอาณาจักรคืนเอกราชให้กับไซปรัส โดยมีความขัดแย้งอย่างรุนแรงและเกิดการกระทบกระทั่งกันตลอดระหว่างชาวไซปรัสเชื้อสายตุรกีและไซปรัสเชื้อสายกรีซ จนกระทั่งสหประชาชาติต้องยื่นมือเข้าไปช่วยโดยส่งกองกำลังทหารสันติภาพเข้าไปในปี 1964 ความขัดแย้งดังกล่าวเริ่มสงบลงและปะทุขึ้นอีกครั้งเมื่อปี 1974 ชาวเมืองไซปรัสเชื้อสายกรีซได้ทำรัฐประหารต่อรัฐบาลไซปรัสในขณะนั้น ทำให้ชาวไซปรัสเชื้อสายตุรกีได้ถือโอกาสนี้เข้าโจมตี และยึดครองเกาะไซปรัสด้านทิศเหนือและตั้งระบอบการปกครองเป็นของตนเองที่มีชื่อว่า สาธารณรัฐตุรกีแห่งไซปรัสเหนือ แน่นอนว่าประชากรส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดนั้นเป็นชาวเชื้อสายตุรกี ระบอบการปกครองก็มีเพียงตุรกีเท่านั้นที่ให้การสนับสนุนรับรอง ทำให้ชาวไซปรัสเชื้อสายกรีซจำเป็นต้องอพยพออกจากบริเวณนี้เนื่องจากเกรงกลัวการโจมตีและคุกคาม ทำให้ประเทศไซปรัสนั้นถูกแบ่งแยกทั้งหมดเป็น 4 ส่วน คือ สาธารณรัฐไซปรัส สาธารณรัฐตุรกีแห่งไซปรัสเหนือ กรีนไลน์ หรือ บริเวณเส้นแบ่งดินแดนซึ่งส่วนนี้สหประชาชาติเป็นผู้ควบคุมดูแล และบริเวณฐานทัพของสหราชอาณาจักรที่เคยยึดครองไซปรัสมาก่อนซึ่งแม้ว่าจะคืนเอกราชให้แล้วแต่ก็ยังคงแสดงท่าทีว่ามีสิทธิ์ตามชอบบริเวณฐานทัพทั้ง 2 แห่งนี้ คือ เมืองดีเกเลียที่อยู่แถบตะวันออก และเมืองอาโกรติริที่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศไซปรัส

หลังจากที่สาธารณรัฐไซปรัสทนกับการเอาเปรียบจากทั้งประเทศตุรกีและสาธารณรัฐตุรกีแห่งไซปรัสเหนือที่ก็เหมือนเป็นลิ่วล้อของประเทศตุรกีนั่นแหละเพราะประชากรก็ล้วนแล้วแต่เป็นพลเมืองตุรกีแทบทั้งสิ้น ทำให้ไซปรัสตกลงเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปในปี 2004 เป็นการพยายามหาทางออกในประเด็นความขัดแย้ง ซึ่งแน่นอนว่าสาธารณรัฐตุรกีแห่งไซปรัสเหนือไม่ได้เข้าร่วมด้วย จากนั้นสหประชาชาติก็ได้พยายามเข้าช่วยอีกทีหนึ่งโดยเสนอแผนสันติภาพที่เรียกว่า แผนอันนัน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประเทศไซปรัสได้รวมเป็นอันหนึ่งอันเดียว หยุดยั้งความแตกแยกและบริหารโดยรัฐบาลเดียวเท่านั้นโดยให้แบ่งเป็นสองรัฐคือ สาธารณรัฐไซปรัสกรีซ และสาธารณรัฐไซปรัสตุรกี โดยสหประชาชาติได้ให้ประชาชนทั้งหมดลงมติว่าจะยอมรับหรือไม่ ปรากฏว่าชาวไซปรัสตุรกียอมรับกว่า 65 เปอร์เซ็นต์ แต่ชาวไซปรัสกรีซยอมรับเพียงราว 25 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพราะเห็นว่าแผนสันติภาพนั้นเอื้อประโยชน์ต่อฝ่ายตุรกีมากไปไม่มีความเป็นกลาง ทั้งนี้เนื่องจากมานายดาเนียล ฟริด หนึ่งในผู้แทนคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเจรจากับฝั่งตุรกีโดยจะขอนำกำลังทหารผ่านดินแดนตุรกีเพื่อเข้าไปสู่อิรักซึ่งทำสงครามกับสหรัฐอเมริกาอยู่ขณะนั้น โดยแลกเปลี่ยนกับการให้สิทธิตุรกีเหนือกรีซในทุกด้าน อีกทั้งให้เงินกู้อีกหลายพันล้านดอลลาร์ แต่ไม่เป็นผลสำเร็จเพราะฝั่งกรีซไม่ยอมรับแผนดังกล่าว

ปัจจุบันความขัดแย้งระหว่างไซปรัสกรีซและไซปรัสตุรกีก็ยังไม่สงบ ทั้งยังมีการกระทบกระทั่งจากฝ่ายผู้เข้าช่วยเหลือที่เหมือนจะหวังดีแต่มีผลประโยชน์ร่วมด้วยตลอด ทำให้ไซปรัสกรีซหันไปพึ่งพาประเทศที่มีอำนาจและเด็ดขาดทางสงครามอย่างรัสเซียโดยหวังเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่จะให้ช่วยปกป้องจากการรุกรานเอาเปรียบโดยเสนอพื้นที่ให้รัสเซียเช่าจอดเครื่องบินรบโดยแลกเปลี่ยนกับการช่วยเหลือเมื่อเกิดภาวะสงคราม สถานการณ์ในไซปรัสจะเป็นอย่างไร เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีได้หรือไม่ ต้องคอยจับตาดูกันต่อไป


Proudly powered by Wordpress