โจรสลัดของไซปรัสทำให้มันเป็นอนาคตที่ดีกว่า

เดินตามรอยเท้าของผู้อื่นก่อน เพื่อสร้างอนาคต

ความขัดแย้งระหว่างพลเมืองสองเชื้อชาติในไซปรัสที่มีประเทศมหาอำนาจคอยหนุนหลัง

เกาะไซปรัสหรือประเทศไซปรัส ตั้งอยู่แถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนโดยมีเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของแถบนั้น เป็นส่วนหนึ่งของทวีปยุโรปใต้ มีชื่อเป็นทางการคือ สาธารณรัฐไซปรัส เดิมทีตกเป็นอาณานิคมของสหราชอาณาจักรหรือประเทศอังกฤษ และได้รับอิสรภาพคืนเมื่อปี 1960 ประชากรส่วนมากของไซปรัสนั้นมี 2 เชื้อสายหลัก ๆ คือ กรีซและตุรกี และกลายมาเป็นความขัดแย้งที่ลุกลามเป็นปัญหาใหญ่ภายหลัง เหตุการณ์นั้นเริ่มตั้งแต่ราว ปี 1950 ขณะนั้นไซปรัสยังตกเป็นอาณานิคมและอยู่ภายใต้การปกครองของสหราชอาณาจักร ประชนไซปรัสเชื้อสายกรีซได้มีการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้รวมประเทศไซปรัสเข้ากับประเทศกรีซ แต่ประชาชนไซปรัสเชื้อสายตุรกีไม่เห็นด้วยและต้องการแบ่งแยกดินแดนออกไปปกครองตนเองให้ชัดเจน สหราชอาณาจักรได้ช่วยไกล่เกลี่ยหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ไม่เป็นผล จนในที่สุดอังกฤษก็คืนเอกราชให้กับไซปรัส

แต่หลังจากได้รับเอกราชกลับคืนมา เหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างสองชนชาติของไซปรัสกลับยิ่งเพิ่มความรุนแรงขึ้นเป็นทวีคูณ รัฐบาลของไซปรัสในขณะนั้นอยู่ภายใต้การนำของผู้นำที่มีเชื้อสายตุรกี ได้ถูกชาวไซปรัสเชื้อสายกรีซทำการรัฐประหารและเข้าไปบริหารแทน หลังจากนั้นราว 5 วัน ประเทศตุรกีก็ทำการแทรกแซงโดยส่งกองทัพเข้ามาช่วยชาวไซปรัสเชื้อสายตุรกียึดครองอำนาจกลับคืน ทางฝั่งประเทศกรีซก็มีการหนุนหลังชาวไซปรัสเชื้อสายกรีซเช่นกัน ทำให้ครั้งนี้เป็นสงครามกลางเมืองที่ไม่ใช่แค่ปัญหาภายในประเทศเสียแล้ว แต่กลับเป็นสงครามระหว่างประเทศตุรกีและประเทศกรีซด้วยโดยผ่านประชากรเชื้อสายของพวกเขาในประเทศไซปรัสนั่นเอง ซึ่งสงครามครั้งนี้นำมาซึ่งความเสียหายทางทรัพย์สินและชีวิตเป็นอันมาก สุดท้ายสหประชาชาติต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือและไกล่เกลี่ยจนทั้งสองฝ่ายรับปากยุติสงคราม แต่กระนั้นทางฝั่งประเทศตุรกีก็ยึดครองดินแดนทางตอนเหนือของไซปรัส ขับไล่พลเมืองชาวกรีซให้ออกไปและให้พลเมืองเชื้อสายตุรกีของตนเองเข้ามาอาศัยอยู่แทน และได้สถาปนาดินแดนแห่งนั้นเป็น สาธารณรัฐตุรกีแห่งไซปรัสเหนือ ขึ้นมา โดยมีตุรกีเป็นผู้สนับสนุนหลัก ส่วนชาวไซปรัสเชื้อสายกรีซนั้นก็ปกครองบริเวณเดิมคือ สาธารณรัฐไซปรัส และปี 1983 องค์การสหประชาชาติก็ได้กำหนดเส้นกั้นดินแดนระหว่างทั้งสองขึ้นที่เรียกว่า กรีนแลนด์ เพื่อไม่ให้ล้ำเส้นกันและกัน

จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองชนชาติก็ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้และยังมีการกระทบกระทั่งกันอยู่เนือง ๆ และไม่เพียงแต่ขัดแย้งกันระหว่างชนชาติภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้ทั้งประเทศตุรกีและประเทศกรีซแสดงทีท่าไม่พอใจและพยายามหาข้อยุติให้ชนชาติของตนเองด้วย ดังนั้นองค์การสหประชาชาติเองก็พยายามหาข้อยุติเข้าไปช่วยให้ตกลงและไกล่เกลี่ยกันได้ แต่ก็ยังไม่เป็นผล ก็ยังคงเป็นที่น่าเป็นห่วงว่าไฟที่ไม่มอดนี้จะคุกรุ่นขึ้นมาอีกครั้งไม่วันใดก็วันหนึ่ง


Proudly powered by Wordpress