โจรสลัดของไซปรัสทำให้มันเป็นอนาคตที่ดีกว่า

เดินตามรอยเท้าของผู้อื่นก่อน เพื่อสร้างอนาคต

ภาวะเศรษฐกิจของสาธารณรัฐไซปรัส

สาธารณรัฐไซปรัสนั้น เป็นอีกประเทศที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับบริการและท่องเที่ยวเป็นหลัก รองลงมาคือภาคอุตสาหกรรม ประชากรส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่วเนื่องจากเคยตกเป็นเมืองขึ้นของสหราชอาณาจักรหรือประเทศอังกฤษ ส่วนแถบบริเวณแถบเมดิเตอร์เรเนียนจะมีเศรษฐกิจที่ดี ประชากรจะมีฐานะดี เนื่องจากอยู่บริเวณที่นักท่องเที่ยวนิยมมากันมากจึงทำให้เกิดเงินสะพัดขึ้นมากกว่าบริเวณอื่น ชาวไซปรัสส่วนมากมีการศึกษาที่ดี ภายในประเทศมีระบบคมนาคมและการสื่อสารที่ทันสมัย

อย่างไรก็ตามด้วยความที่ภายในประเทศมีปัญหาการแบ่งแยกดินแดน ทำให้ระหว่างสองรัฐมีความเป็นไปของเศรษฐกิจที่แตกต่าง บริเวณสาธารรัฐไซปรัสกรีซจะมีความเจริญรุ่งเรืองทางธุรกิจมากกว่า เพราะได้รับการยอมรับจากนานาประเทศจึงทำให้มีนักธุรกิจที่สนใจจากต่างประเทศไปลงทุนบริเวณนี้กันมาก เพราะไซปรัสนี้เก็บภาษีอากรธุรกิจในอัตราที่ต่ำกว่าประเทศอื่นทำให้เป็นที่ดึงดูดจากนักธุรกิจทั้งหลาย โดยเฉพาะแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนนั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่งดงาม ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวมาได้ถึงปีละราว 2.4 ล้านคน อีกทั้งยังตั้งอยู่ในบริเวณที่เหมาะต่อการลงทุนในการเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจเพราะมีทำเลที่เหมาะสม และยังมีการค้นพบก๊าซธรรมชาติบริเวณตอนใต้อีกด้วย ทำให้เป็นที่สนใจจากนักธุรกิจต่างชาติ

ส่วนอีกดินแดนหนึ่งคือสาธารณรัฐตุรกีแห่งไซปรัสเหนือ ที่ยึดครองโดยชาวตุรกีนั้น มีภาวะเศรษฐกิจที่ค่อนข้างล้าหลังเนื่องจากไม่ได้รับการยอมรับจากนานาอารยประเทศจึงไม่มีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับประเทศอื่นใดเลย ยกเว้นประเทศตุรกีที่ให้การสนับสนุนอยู่ประเทศเดียว โดยส่วนมากเศรษฐกิจของสาธารณรัฐตุรกีแห่งไซปรัสเหนือนี้จะเน้นทางด้านการบริการและการท่องเที่ยว มีภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมเพียงเล็กน้อย

ขณะที่ทุกอย่างเหมือนกำลังจะไปได้สวยสำหรับสาธารณรัฐไซปรัสกรีซแต่กลับตกหลุมอากาศเสียอย่างนั้น เพราะปัจจุบันประเทศกำลังประสบวิกฤติทางการเงินถึงขั้นล้มละลายโดยทีเดียว สืบเนื่องมาจากรัฐบาลไซปรัสมีนโยบายให้ธนาคารบริการเงินฝากแก่ชาวต่างชาติแบบเสรี โดยเก็บภาษีอากรธุรกิจเพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ทำให้ชาวต่างชาติแห่มาฝากเงินในไซปรัสเป็นจำนวนมาก และในจำนวนนั้นก็รวมถึงเงินที่มาจากการฟอกเงินด้วย ทำให้การเงินการธนาคารนี้เป็นเศรษฐกิจที่เป็นรายได้หลักและมีขนาดใหญ่ถึง 8 เท่าของธุรกิจโดยรวมทั้งหมดในไซปรัสเลยทีเดียว ขณะที่กำลังไปได้สวยด้วยการนำเงินที่ได้จากการรับฝากจำนวนมากไปปล่อยสินเชื่อให้กับธุรกิจรายใหญ่ ๆ และช่วงที่มีปัญหาสงครามภายในประเทศ บริษัทใหญ่หลายรายก็ต้องปิดตัวลงเพราะได้รับผลกระทบจากสงคราม หลายรายในนั้นก็เป็นลูกค้าสินเชื่อของธนาคารไซปรัสด้วย เมื่อลูกค้าล้มละลายไม่มีเงินจ่ายจึงทำให้ธนาคารย่ำแย่ไปด้วย สุดท้ายไซปรัสต้องหาทางออกโดยการกู้ยืมเงินจากสหภาพยุโรปเป็นจำนวนกว่า 10 พันล้านยูโร ทำให้ปัจจุบันนั้นไซปรัสตกอยู่ในสภาวะย่ำแย่ ขาดความมั่นใจจากนักธุรกิจชาวต่างชาติที่จะไปลงทุนในไซปรัส เศรษฐกิจทั้งหลายต่างก็ชะงักงันสืบเนื่องจากรัฐบาลจะต้องตัดทอนงบประมาณการบริหารประเทศในบางส่วนลง ไซปรัสจะรอดจากภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจได้หรือไม่ คงต้องจับตามองกันต่อไป


Proudly powered by Wordpress