โจรสลัดของไซปรัสทำให้มันเป็นอนาคตที่ดีกว่า

เดินตามรอยเท้าของผู้อื่นก่อน เพื่อสร้างอนาคต

วาโรชา เมืองร้างที่สุดแสนสวยงามแห่ง ไซปรัส

ในอดีตเมืองวาโรชาที่ตั้งอยู่บนประเทศไซปรัสเคยเป็นเมืองที่มีความสวยงาม จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากต้องการเดินทางมาสัมผัสกับความงดงาม ดังกล่าวสักครั้งด้วยตาของตนเองแต่อยู่ดีๆ ก็กลายเป็นว่าเมืองแห่งนี้ได้ถูกปล่อยให้ทิ้งร้างจนได้รับการขนานนามว่า เมืองผีสิง เชื่อเหลือเกินว่าหลายคนคงอยากรู้ว่าจากเมืองที่สวยงามทำไมกลับได้กลายเป็นเมืองที่ห้ามเข้า ไปโดยปริยายมาหาคำตอบไปพร้อมกัน

วาโรชา เมืองร้านอันแสนสวยงามแห่งไซปรัส

หากย้อนกลับไปเมื่อกว่า 40 ปีที่แล้วเมืองเวโรชาเคยได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองน่าตากอากาศอันดับต้นๆ ของโลก เป็นเมืองที่มีทิวทัศน์สวยงามสุดๆ โดยในช่วงทศวรรษ 1970 นับเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวที่เมื่อเดินทางมายังไซปรัส จะต้องเดินทางมายังเมืองแห่งนี้ถึงขนาดว่ามีคนยกย่องให้เมืองวาโรชาเป็นแบบเดียวกับ French Riviera เมืองตากอากาศชื่อดังของฝรั่งเศส พอนักท่องเที่ยวเดินทางมายังเมืองแห่งนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งอาคารบ้านเรือน โรงแรมที่พัก รีสอร์ท ร้านค้าต่างๆ ก็เกิดขึ้นมากมายจนทำให้เมืองวาโรชาแห่งนี้เป็นดั่งเมืองหลวงด้านการท่องเที่ยวของไซปรัสไปเสียอย่างนั้น นอกจากนี้บรรดาคนมีเงินของยุโรปและดารานักแสดงชื่อดังมากมาย ก็มักนิยมชมชอบเดินทางมาพักผ่อนหย่อนใจยังเมืองแห่งนี้บ่อยๆ แต่ความเจริญก้าวหน้าดังกล่าวของเมืองวาโรชาก็เป็นเพียงแค่ระยะเวลาสั้นๆ ตอนปี พ.ศ. 2517 กองทัพกรีซได้ทำการรัฐประหารเพื่อโค่นล้มรัฐบาล ของไซปรัสลงเหตุผลก็เพื่อต้องการรวมเอาไซปรัสให้เป็นส่วนหนึ่งของกรีซ แต่หลังจากนั้นแค่ 5 วัน กองทัพของตุรกีก็ยกพลมาถึงไซปรัส มีการอ้างว่าพวกเขามีหน้าที่ปกป้องดูแลไซปรัสแห่งนี้พร้อมมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งไซปรัสในอีก 3 วันต่อมา จากนั้นกำลังของตุรกีก็กระจัดกระจายไปทั่วเมือง ในเดือนสิงหาคมปีเดียวกันกองกำลังตุรกีได้เข้ายึดพื้นที่เมืองใหญ่ๆ เอาไว้ได้หลายเมืองรวมถึงเมืองวาโรชาส่งผลให้ประชากรกว่า 35,000 คน ต้องอพยพออกจากเมืองนี้เพราะเกรงว่าจะเกิดกรปะทะกันระหว่างกองกำลังกรีซกับตุรกี จากการอพยพหนีตายครั้งนั้นส่งผลให้เมืองวาโรชากลายสภาพเป็นเมืองร้างทันที

พอกองกำลังตุรกียืดเมืองนี้ได้ก็มีการประกาศเป็นเขตหวงห้าม มีการนำแผงเหล็กมากั้น มีทหารรักษาความปลอดภัย พร้อมคำขู่ว่าใครเข้ามาจะยิงทันที แม้ว่าในช่วงปี พ.ศ. 2546 จะได้มีการผ่อนปรนมากขึ้นแต่เมื่อผู้คนที่เคยอยู่เมืองแห่งนี้ กลับมาเห็นสภาพก็ต้องบอกว่ามันต่างไปจากเดิมมาก บ้านเรือนทรุดโทรมถูกปกคลุมด้วยต้นไม้ใบหญ้าเต็มไปหมด ถือว่าน่าเสียดายไม่น้อย


Proudly powered by Wordpress