โจรสลัดของไซปรัสทำให้มันเป็นอนาคตที่ดีกว่า

เดินตามรอยเท้าของผู้อื่นก่อน เพื่อสร้างอนาคต

รู้หรือไม่ โจรสลัด ในปัจจุบันยังมีอยู่จริง

หลายคนเมื่อพูดถึงโจรสลัดอาจจะนึกถึงแต่ในภาพยนตร์อย่าง “The Pirates of Caribbean” หรือถ้าเป็นการ์ตูนก็อย่างใน “One Piece” แต่ในความเป็นจริงแล้วพวกเขาไม่ได้มีการใช้ชีวิตแบบนั้นเลย พวกเขาออกปล้นฆ่าผู้คนในมหาสมุทรทำเรื่องเลวมากมายจนถูกรัฐบาลทั่วหมายหัวจนถูกกวาดล้างอย่างหนัก แต่โจรสลัดยังก็ยังคงเหลือรอดมาจนถึงปัจจุบันเป็นจำนวนมาก มีผู้คนต้องเผชิญกับปัญหาประเภทนี้บ่อยครั้งในหลายๆ ส่วนของโลก โจรสลัดยุคใหม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย แต่กิจกรรมและพฤติกรรมของพวกเขานั้นเกือบจะเหมือนกันกับทุกวันนี้ ปัญหาการคุกคามจากโจรสลัด การถูกปล้นในทะเลเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ในต้นปี 1980 ตั้งแต่นั้นมาจำนวนการโจมตีของโจรสลัดล่าสุดก็เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ ทุกเดือนทุกปี จำนวนการโจมตีเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าระหว่างปี 1993 และ 2003 ครึ่งแรกของปี 2004 มีรายงานการโจมตีของโจรสลัดมากกว่า 200 กรณีทั่วโลก ความยากลำบากในการจับกุมโจรสลัดสมัยใหม่ไม่ต่างอะไรกับที่ต้องเคยพบเจอในรุ่นบรรพบุรุษของพวกเขา เนื่องจากตำรวจไม่มีอำนาจและไม่สามารถทำอะไรได้มากในทะเลเปิด หลายประเทศไม่มีตำรวจน้ำหรือทหารที่คอยกำกับดูแลได้ทั่วถึง ยิ่งไปกว่านั้นโจรสลัดยุคใหม่ยังใช้กลอุบายเก่าๆ มากมาย มักจะซ่อนอยู่หลังธงประเทศต่างๆ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแยกแยะใครออกว่าเป็นโจรหรือไม่ เจ้าหน้าที่ไม่ได้ต่อต้านโจรสลัดเสมอไป บางครั้งดูเหมือนในบางประเทศจะเคยมีที่มีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลอีกด้วย ทุกวันนี้โจรสลัดสามารถพบเห็นได้ในเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อเมริกาใต้ และใต้ทะเลแดง พวกเขาสามารถมองออกได้ง่ายเพราะยังคงสวมหน้ากากแต่งตัวแตกต่างจากคนทั่วไปโดยมีท่าทางก้าวร้าวเป็นพิเศษ กลุ่มโจรสลัดในสังคมโลกยุคใหม่ การดำรงอยู่ของโจรสลัดยุคใหม่มีอยู่สองประเภทได้แก่ โจรสลัดกลุ่มน้อย กับ “องค์กรโจรสลัด” โจรสลัดกลุ่มเล็กๆ ส่วนใหญ่ให้ความสนใจในการปล้น มักไม่ค่อยโจมตีด้วยอาวุธไปที่เรือ เป้าหมายของพวกเขาไม่ได้มีอะไรมากเพียงทำเพียงเพื่อผลประโยชน์ตัวเองเท่านั้น ในอีกด้านหนึ่งโจรสลัดกลุ่มใหญ่ที่เชื่อมต่อกับกลุ่มอื่นที่คล้ายคลึงกัน พวกเขามักมีผลประโยชน์ร่วมกับคนรวยหรือเจ้าหน้าที่รัฐ เป้าหมายของพวกเขาไม่ได้เป็นเพียงการปล้นสะดมเรือขนาดเล็ก […]

การรวมประเทศไซปรัส สิ่งสำคัญที่ส่งผลต่อระดับโลก

โลกยุคปัจจุบันต้องยอมรับการแบ่งแยกดินแดนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเยอะมาก อย่างไทยเราเอง ขบวนการแบ่งแยกดินแดนตามแนว 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แม้จะเกิดเรื่องมาเป็น 10 ปี แต่ทุกอย่างก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นซ้ำยังแย่กว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตามแม้จะมีแต่ข่าวแบ่งแยกดินแดนแต่ก็มีอีกด้านหนึ่งที่กำลังจะพูดถึงการรวมดินแดนด้วยเหมือนกันนั่นคือ ประเทศไซปรัส ประเทศไซปรัส 2 ประเทศใน 1 ประเทศ ก่อนอื่นเราต้องขอเล่าถึงสภาพภายในประเทศไซปรัสก่อนว่าเป็นอย่างไร ประเทศนี้หากเปิดแผนที่จะเห็นว่าประเทศนี้เป็นประเทศเกาะตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศตุรกี และไม่ไกลจากประเทศกรีซเท่าไรนัก พื้นที่ประมาณ 9,000 ตารางกิโลเมตร (หากเทียบจะได้พื้นที่ประมาณจังหวัดนครสวรรค์บ้านเรา) ทีนี้ประเทศนี้เค้าแบ่งออกเป็นสองประเทศแต่ทุกประเทศในโลก(ยกเว้นตุรกี) ยังมองว่าประเทศนี้เป็นประเทศเดียวทั้งเกาะอยู่ดี การแยกประเทศจากความเชื่อ การแยกประเทศของไซปรัสนั้นมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกับบ้านเราก็คือ เค้าแยกประเทศโดยอาศัยความแตกต่างทางด้านความเชื่อ และ เชื้อชาติมากรีดเส้นแบ่งออกไป (คุ้นไหม) โดยทางตอนเหนือจะเป็นการแบ่งประเทศออกโดยคนไซปรัสที่มีเชื้อสายตุรกี (เพราะติดกับตุรกี) ส่วนที่เหลือจะเป็นคนเชื้อสายกรีก นอกจากเชื้อชาติแตกต่างกัน ความเชื่อก็แตกต่างกันด้วย เค้าเอาประเด็นนี้มาแบ่งแยกประเทศออกไป โดยทางการยูเอ็นเข้ามาจัดทำพื้นที่กันชนหรือ บัฟเฟอร์โซน เพื่อยุติความรุนแรง การเจรจายกแรก ไซปรัสกับภาวะแยกประเทศแบบนี้ดำเนินมาถึง 43 ปี ซึ่งเป็นระยะเวลาอันยาวนานมาก จนทำให้ทางการยูเอ็นเข้ามาช่วยจัดการเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยเรื่องราวดังกล่าวให้จบลง จนเกิดการเจรจาเพื่อกลับมารวมกันอีกครั้งของไซปรัส การเจรจายกแรกนี้มีทางการยูเอ็นเป็นโต้โผใหญ่ ตามด้วยรัฐมนตรีต่างประเทศของกรีซ ตุรกี และสหราชอาณาจักร (คนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ทั้งนั้น) โดยการเจรจายกแรกนี้ผลการเจรจาอาจจะยังไม่คืบหน้าเท่าไรนัก เป็นเพียงแค่การเจรจาว่าจะต้องพูดคุยกันเรื่องอะไรบ้างมากกว่า แม้จะเป็นแสงสว่างที่ริบหรี่ปลายอุโมงค์ ก็ยังถือว่าเป็นเรื่องดีที่จบบนโต๊ะเจรจาดีกว่าไปจบลงบนสนามรบ […]

ไซปรัส เตรียมเปิดคาสิโนใช้หนี้ กรณีศึกษาอันน่าสนใจของไทย

วิถีชีวิตคนไทยนั้นปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การพนันถือว่าเป็นส่วนหนึ่งจริงๆ เอาง่ายก็ลอตเตอรี่ หรือ หวย ที่เห็นแทงกันทุก 15 วันอย่างไม่ได้ขาด ไหนจะการพนันอย่างอื่นเช่น มวย ไก่ชน ปลากัด ฟุตบอล และอีกมากมาย แม้จะเคยมีการโยนหินถามทางเกี่ยวกับการเปิดบ่อนคาสิโนในประเทศไทยแล้วก็ล้มไปทุกครั้ง คราวนี้เรามาดูกรณีศึกษาของประเทศไซปรัสกันบ้างเพื่อเป็นแนวทางในอนาคตของไทย ไซปรัส คาสิโน และความเชื่อทางศาสนา ส่วนหนึ่งที่ผู้เขียนยกกรณีศึกษาของประเทศไซปรัส มาเป็นตัวอย่างเป็นเพราะว่า ประเทศไซปรัสนั้นได้มีกฎหมายห้ามก่อตั้งคาสิโนไว้แล้ว อีกทั้งความเชื่อทางศาสนาคริสต์ นิกายออโธดอกซ์ ก็ต่อต้านการตั้งคาสิโนมานานมาก (คล้ายกับไทยเรื่องของความเชื่อทางศาสนาเช่นกันว่า การตั้งคาสิโนเปรียบเสมือนการผิดศีลธรรมอย่างหนึ่ง) นั่นทำให้ไซปรัสไม่สามารถตั้งคาสิโนได้สักที อีกจุดหนึ่งที่เหมือนกันนั่นคือ ได้มีประชากรแถวพรมแดนประเทศเลือกจะออกไปประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศตุรกีเพื่อไปเสี่ยงโชค (คล้ายกับไทยที่คนแถวพรมแดนข้ามประเทศไปเสี่ยงโชค) ความจำเป็นทางด้านเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีปัญหาด้านความขัดแย้งทางด้านศีลธรรมค้ำคออยู่ แต่ทางไซปรัสเองก็มีความจำเป็นอย่างหนึ่งที่จะต้องเปิดคาสิโนให้ได้ ความจำเป็นนั้นคือ หนี้ของไซปรัสที่มีต่อเจ้าหนี้อย่าง IMF นั่นทำให้ทางผู้บริหารประเทศต้องผ่าทางตันเพื่อมองหารายได้เข้ารัฐมาจุนเจือ และใช้หนี้ก้อนนั้น หนี้ก้อนดังกล่าวมีมูลค่ามากถึง 10,000 ล้านดอลลาร์ นั่นทำให้ไซปรัสต้องยอมเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพื่อจัดการหนี้ แผนการเปิดคาสิโน เมื่อความจำเป็นเกิดขึ้น นั่นทำให้ไซปรัสต้องวางแผนการเปิดคาสิโนแน่นอน แผนการมีไว้ว่า หลังจากทำการศึกษามาอย่างน้อย 6 ปีแล้ว พวกเค้าเตรียมจะเปิดคาสิโนในพื้นที่ตอนเหนือของประเทศ คาดการณ์กันว่าพวกเค้าจะเปิดคาสิโนถึง 20 แห่ง […]

จากไซปรัส สะท้อนมาไทย กรณีศึกษาการเจรจารวมชาติ

  เรื่องราวในต่างประเทศแม้ว่าจะเกิดขึ้นไกลจากไทยมาก หรือ บางครั้งเกิดอีกซีกโลกหนึ่งก็ตาม แต่ความรวดเร็วของข่าวสารในยุค 4.0 ก็ทำให้เราสามารถรับรู้เรื่องราวเหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย นอกจากจะรับรู้เรื่องราวแล้ว การนำเอาเรื่องราวต่างประเทศมาเป็นกรณีศึกษาเพื่อเรียนรู้ถือว่าเป็นเรื่องดี อย่างล่าสุด กรณีศึกษาจากไซปรัส เรื่องของการเจรจารวมประเทศหลังจากแยกกันมานานถึง 43 ปี จุดเริ่มต้นแห่งปัญหา ย้อนกลับไปดูต้นกำเนิดของปัญหาการแบ่งแยกดินแดนครั้งนี้ก่อน ย้อนกลับไปเมื่อปี 2498 ตอนนั้นได้มีการก่อตั้งกองโจรเชื้อสายกรีซขึ้นมาเพื่อต่อต้านการปกครองของสหราชอาณาจักร จากนั้นก็เกิดความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศ (คุ้นๆ ไหมเหมือนภาคใต้บ้านเรา) ซึ่งเค้าใช้เรื่องความรุนแรงของเชื้อสายกรีซ (คนส่วนใหญ่) และ เชื้อสายตุรกี (คนส่วนน้อย) เรื่องราวเริ่มบานปลายมากขึ้นเมื่อ ราอุฟ เดนก์ทาซ ประกาศแยกดินแดนทางภาคเหนือของประเทศออกไป(พื้นที่ประมาณ 1 ใน 3) ของประเทศ พร้อมตั้งชื่อให้ใหม่ว่า สาธารณรัฐตุรกีแห่งไซปรัสตอนเหนือ แน่นอนว่าการตั้งประเทศเองแบบนี้ไม่มีใครรับรองให้แน่ ยกเว้นตุรกีประเทศเดียว การแบ่งแยกแบบนี้ทำให้หน่วยงานกลางอย่าง ยูเอ็น เข้ามาไกลเกลี่ยแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อไม่ให้ลุกลามกลายเป็นสงครามกลางเมืองไป ยูเอ็นเลือกใช้วิธีตั้งแนวพรมแดน หรือ แนวกันชนระหว่างสองรัฐเอาไว้จนถึงปัจจุบัน การเจรจาที่รอมานาน หลังจากไม่สามารถแก้ปัญหาเองได้ ยังดีว่าไม่เกิดสงครามเหมือนกับพรมแดนอื่น เลยทำให้สองประเทศอยู่กันได้แบบไม่สงบสักเท่าไร ต่างฝ่ายก็อ้างความชอบธรรมของตัวเองไว้ก่อน นั่นทำให้ ยูเอ็น พยายามไกล่เกลี่ยเพื่อให้ทุกอย่างจบลงบนโต๊ะเจรจา […]

Proudly powered by Wordpress