โจรสลัดของไซปรัสทำให้มันเป็นอนาคตที่ดีกว่า

เดินตามรอยเท้าของผู้อื่นก่อน เพื่อสร้างอนาคต

ไซปรัสเหนือ มีผู้นำคนใหม่ เข้าร่วมเจรจารัฐบาลไซปรัส หวังปลดปัญหาการเมือง

ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งของหลายประเทศที่กำลังประสบอยู่ตอนนี้ก็คือ การขัดแย้งภายในประเทศที่หากไม่ได้ร้ายแรงอะไรก็สามารถจบความขัดแย้งบนโต๊ะเจรจาได้ แต่ถ้าหากความขัดแย้งนั้นรุนแรงก็อาจจะต้องใช้วิธีอื่นก่อนจะมาจบลงที่บนโต๊ะเจรจาอยู่ดี ไซปรัสเองก็เช่นกันหลังจากเผชิญวิกฤติความขัดแย้งมานานตอนนี้เริ่มจะมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์กันบ้างแล้ว เมื่อฝ่ายไซปรัสเหนือมีผู้นำคนใหม่ที่มีวิสัยทัศน์เรื่องการแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการเจรจา ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีในความขัดแย้งครั้งนี้ สงครามไซปรัส ก่อนอื่นเราต้องขออธิบายตัวอย่างอันน่าสนใจของประเทศนี้ก่อน ย้อนกลับไปเมื่อประมาณไม่ไกลนัก 40 กว่าปีที่แล้ว ประเทศไซปรัสได้เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงขึ้นโดยมีเรื่องของสัญชาติที่แตกต่างกันเป็นประเด็นสำคัญ ฝ่ายหนึ่งเป็นชาวเติร์ก(ตุรกี) และอีกฝ่ายหนึ่งเป็นชาวกรีก หลังจากทั้งสองได้บ่มเพาะความไม่พอใจซึ่งกันและกันมากขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายกลายเป็นความขัดแย้งที่ไม่อาจจะอยู่ร่วมประเทศกันได้ จนแตกออกเป็นสองฝ่ายในที่สุด ฝ่ายกลุ่มชาวเติร์กได้แยกประเทศออกไปเรียกว่า ไซปรัสเหนือ หรือ นอร์ทเทิร์นไซปรัส หรือ เตอร์กิชไซปรัส(ตามแต่จะเรียก) ซึ่งนี้น่าจะเป็นอุทาหรณ์ที่ดีของไทยเราที่หากขัดแย้งกันไปเรื่อยๆ อาจจะกลายเป็นแบบนี้ได้ในสักวันหนึ่ง ผู้นำไซปรัสเหนือคนใหม่ หลังจากนั้น ไซปรัสเหนือ ก็แยกประเทศออกไป แต่ต้องยอมรับว่าการแยกประเทศออกไปนั้นทำให้พวกเขาต้องตั้งไข่เองเกือบทั้งหมด เอาแค่ให้นานาชาติรับรองก็เป็นเรื่องยากแล้ว ไหนจะเรื่องทรัพยากรต่างๆ ที่ต้องนำเข้ามาจากประเทศตุรกีอีก ยังไม่นับการเมืองภายในไซปรัสเหนือเองที่ยังไม่นิ่ง ไม่เสถียรพอที่จัดการภายในได้อย่างมั่นคงเท่าไรนัก ปัจจุบันพวกเขาได้เลือกตั้งกลุ่มผู้นำขึ้นมาใหม่ ผู้ที่ได้รับเลือกก็คือ นายมุสตาฟา อาคินซี แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ หลังจากความขัดแย้งได้ดำเนินมาถึง 40 กว่าปี หลังจากที่ผู้นำคนใหม่เข้าสู่ตำแหน่ง สิ่งที่เขาคิดเอาไว้ก็คือ การจัดการปัญหาความขัดแย้งที่ดำเนินมาถึง 40 ปีนี้ให้จบลงไปเสียที เขาได้พูดคุยกับ นายอนาสตาเซีย ผู้นำรัฐบาลไซปรัส เพื่อแก้ปัญหานี้แล้ว พวกเขากำลังจะวางแผนเพื่อเจรจาร่วมกันในการวางแนวทางจัดการปัญหาความขัดแย้งในครั้งนี้ให้จบลงไป ซึ่งนี่ถือว่าเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์หลังจากพวกเขาทะเลาะกันจนปล่อยให้คนชาติอื่นเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในชาติจนทำให้ประเทศอ่อนแอลงไปมาก เชื่อว่าประชาชนของทั้งสองฝ่ายไม่ว่าจะเป็น […]

รู้หรือไม่ โจรสลัด ในปัจจุบันยังมีอยู่จริง

หลายคนเมื่อพูดถึงโจรสลัดอาจจะนึกถึงแต่ในภาพยนตร์อย่าง “The Pirates of Caribbean” หรือถ้าเป็นการ์ตูนก็อย่างใน “One Piece” แต่ในความเป็นจริงแล้วพวกเขาไม่ได้มีการใช้ชีวิตแบบนั้นเลย พวกเขาออกปล้นฆ่าผู้คนในมหาสมุทรทำเรื่องเลวมากมายจนถูกรัฐบาลทั่วหมายหัวจนถูกกวาดล้างอย่างหนัก แต่โจรสลัดยังก็ยังคงเหลือรอดมาจนถึงปัจจุบันเป็นจำนวนมาก มีผู้คนต้องเผชิญกับปัญหาประเภทนี้บ่อยครั้งในหลายๆ ส่วนของโลก โจรสลัดยุคใหม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย แต่กิจกรรมและพฤติกรรมของพวกเขานั้นเกือบจะเหมือนกันกับทุกวันนี้ ปัญหาการคุกคามจากโจรสลัด การถูกปล้นในทะเลเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ในต้นปี 1980 ตั้งแต่นั้นมาจำนวนการโจมตีของโจรสลัดล่าสุดก็เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ ทุกเดือนทุกปี จำนวนการโจมตีเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าระหว่างปี 1993 และ 2003 ครึ่งแรกของปี 2004 มีรายงานการโจมตีของโจรสลัดมากกว่า 200 กรณีทั่วโลก ความยากลำบากในการจับกุมโจรสลัดสมัยใหม่ไม่ต่างอะไรกับที่ต้องเคยพบเจอในรุ่นบรรพบุรุษของพวกเขา เนื่องจากตำรวจไม่มีอำนาจและไม่สามารถทำอะไรได้มากในทะเลเปิด หลายประเทศไม่มีตำรวจน้ำหรือทหารที่คอยกำกับดูแลได้ทั่วถึง ยิ่งไปกว่านั้นโจรสลัดยุคใหม่ยังใช้กลอุบายเก่าๆ มากมาย มักจะซ่อนอยู่หลังธงประเทศต่างๆ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแยกแยะใครออกว่าเป็นโจรหรือไม่ เจ้าหน้าที่ไม่ได้ต่อต้านโจรสลัดเสมอไป บางครั้งดูเหมือนในบางประเทศจะเคยมีที่มีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลอีกด้วย ทุกวันนี้โจรสลัดสามารถพบเห็นได้ในเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อเมริกาใต้ และใต้ทะเลแดง พวกเขาสามารถมองออกได้ง่ายเพราะยังคงสวมหน้ากากแต่งตัวแตกต่างจากคนทั่วไปโดยมีท่าทางก้าวร้าวเป็นพิเศษ กลุ่มโจรสลัดในสังคมโลกยุคใหม่ การดำรงอยู่ของโจรสลัดยุคใหม่มีอยู่สองประเภทได้แก่ โจรสลัดกลุ่มน้อย กับ “องค์กรโจรสลัด” โจรสลัดกลุ่มเล็กๆ ส่วนใหญ่ให้ความสนใจในการปล้น มักไม่ค่อยโจมตีด้วยอาวุธไปที่เรือ เป้าหมายของพวกเขาไม่ได้มีอะไรมากเพียงทำเพียงเพื่อผลประโยชน์ตัวเองเท่านั้น ในอีกด้านหนึ่งโจรสลัดกลุ่มใหญ่ที่เชื่อมต่อกับกลุ่มอื่นที่คล้ายคลึงกัน พวกเขามักมีผลประโยชน์ร่วมกับคนรวยหรือเจ้าหน้าที่รัฐ เป้าหมายของพวกเขาไม่ได้เป็นเพียงการปล้นสะดมเรือขนาดเล็ก […]

การรวมประเทศไซปรัส สิ่งสำคัญที่ส่งผลต่อระดับโลก

โลกยุคปัจจุบันต้องยอมรับการแบ่งแยกดินแดนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเยอะมาก อย่างไทยเราเอง ขบวนการแบ่งแยกดินแดนตามแนว 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แม้จะเกิดเรื่องมาเป็น 10 ปี แต่ทุกอย่างก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นซ้ำยังแย่กว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตามแม้จะมีแต่ข่าวแบ่งแยกดินแดนแต่ก็มีอีกด้านหนึ่งที่กำลังจะพูดถึงการรวมดินแดนด้วยเหมือนกันนั่นคือ ประเทศไซปรัส ประเทศไซปรัส 2 ประเทศใน 1 ประเทศ ก่อนอื่นเราต้องขอเล่าถึงสภาพภายในประเทศไซปรัสก่อนว่าเป็นอย่างไร ประเทศนี้หากเปิดแผนที่จะเห็นว่าประเทศนี้เป็นประเทศเกาะตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศตุรกี และไม่ไกลจากประเทศกรีซเท่าไรนัก พื้นที่ประมาณ 9,000 ตารางกิโลเมตร (หากเทียบจะได้พื้นที่ประมาณจังหวัดนครสวรรค์บ้านเรา) ทีนี้ประเทศนี้เค้าแบ่งออกเป็นสองประเทศแต่ทุกประเทศในโลก(ยกเว้นตุรกี) ยังมองว่าประเทศนี้เป็นประเทศเดียวทั้งเกาะอยู่ดี การแยกประเทศจากความเชื่อ การแยกประเทศของไซปรัสนั้นมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกับบ้านเราก็คือ เค้าแยกประเทศโดยอาศัยความแตกต่างทางด้านความเชื่อ และ เชื้อชาติมากรีดเส้นแบ่งออกไป (คุ้นไหม) โดยทางตอนเหนือจะเป็นการแบ่งประเทศออกโดยคนไซปรัสที่มีเชื้อสายตุรกี (เพราะติดกับตุรกี) ส่วนที่เหลือจะเป็นคนเชื้อสายกรีก นอกจากเชื้อชาติแตกต่างกัน ความเชื่อก็แตกต่างกันด้วย เค้าเอาประเด็นนี้มาแบ่งแยกประเทศออกไป โดยทางการยูเอ็นเข้ามาจัดทำพื้นที่กันชนหรือ บัฟเฟอร์โซน เพื่อยุติความรุนแรง การเจรจายกแรก ไซปรัสกับภาวะแยกประเทศแบบนี้ดำเนินมาถึง 43 ปี ซึ่งเป็นระยะเวลาอันยาวนานมาก จนทำให้ทางการยูเอ็นเข้ามาช่วยจัดการเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยเรื่องราวดังกล่าวให้จบลง จนเกิดการเจรจาเพื่อกลับมารวมกันอีกครั้งของไซปรัส การเจรจายกแรกนี้มีทางการยูเอ็นเป็นโต้โผใหญ่ ตามด้วยรัฐมนตรีต่างประเทศของกรีซ ตุรกี และสหราชอาณาจักร (คนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ทั้งนั้น) โดยการเจรจายกแรกนี้ผลการเจรจาอาจจะยังไม่คืบหน้าเท่าไรนัก เป็นเพียงแค่การเจรจาว่าจะต้องพูดคุยกันเรื่องอะไรบ้างมากกว่า แม้จะเป็นแสงสว่างที่ริบหรี่ปลายอุโมงค์ ก็ยังถือว่าเป็นเรื่องดีที่จบบนโต๊ะเจรจาดีกว่าไปจบลงบนสนามรบ […]

ไซปรัส เตรียมเปิดคาสิโนใช้หนี้ กรณีศึกษาอันน่าสนใจของไทย

วิถีชีวิตคนไทยนั้นปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การพนันถือว่าเป็นส่วนหนึ่งจริงๆ เอาง่ายก็ลอตเตอรี่ หรือ หวย ที่เห็นแทงกันทุก 15 วันอย่างไม่ได้ขาด ไหนจะการพนันอย่างอื่นเช่น มวย ไก่ชน ปลากัด ฟุตบอล และอีกมากมาย แม้จะเคยมีการโยนหินถามทางเกี่ยวกับการเปิดบ่อนคาสิโนในประเทศไทยแล้วก็ล้มไปทุกครั้ง คราวนี้เรามาดูกรณีศึกษาของประเทศไซปรัสกันบ้างเพื่อเป็นแนวทางในอนาคตของไทย ไซปรัส คาสิโน และความเชื่อทางศาสนา ส่วนหนึ่งที่ผู้เขียนยกกรณีศึกษาของประเทศไซปรัส มาเป็นตัวอย่างเป็นเพราะว่า ประเทศไซปรัสนั้นได้มีกฎหมายห้ามก่อตั้งคาสิโนไว้แล้ว อีกทั้งความเชื่อทางศาสนาคริสต์ นิกายออโธดอกซ์ ก็ต่อต้านการตั้งคาสิโนมานานมาก (คล้ายกับไทยเรื่องของความเชื่อทางศาสนาเช่นกันว่า การตั้งคาสิโนเปรียบเสมือนการผิดศีลธรรมอย่างหนึ่ง) นั่นทำให้ไซปรัสไม่สามารถตั้งคาสิโนได้สักที อีกจุดหนึ่งที่เหมือนกันนั่นคือ ได้มีประชากรแถวพรมแดนประเทศเลือกจะออกไปประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศตุรกีเพื่อไปเสี่ยงโชค (คล้ายกับไทยที่คนแถวพรมแดนข้ามประเทศไปเสี่ยงโชค) ความจำเป็นทางด้านเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีปัญหาด้านความขัดแย้งทางด้านศีลธรรมค้ำคออยู่ แต่ทางไซปรัสเองก็มีความจำเป็นอย่างหนึ่งที่จะต้องเปิดคาสิโนให้ได้ ความจำเป็นนั้นคือ หนี้ของไซปรัสที่มีต่อเจ้าหนี้อย่าง IMF นั่นทำให้ทางผู้บริหารประเทศต้องผ่าทางตันเพื่อมองหารายได้เข้ารัฐมาจุนเจือ และใช้หนี้ก้อนนั้น หนี้ก้อนดังกล่าวมีมูลค่ามากถึง 10,000 ล้านดอลลาร์ นั่นทำให้ไซปรัสต้องยอมเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพื่อจัดการหนี้ แผนการเปิดคาสิโน เมื่อความจำเป็นเกิดขึ้น นั่นทำให้ไซปรัสต้องวางแผนการเปิดคาสิโนแน่นอน แผนการมีไว้ว่า หลังจากทำการศึกษามาอย่างน้อย 6 ปีแล้ว พวกเค้าเตรียมจะเปิดคาสิโนในพื้นที่ตอนเหนือของประเทศ คาดการณ์กันว่าพวกเค้าจะเปิดคาสิโนถึง 20 แห่ง […]

Proudly powered by Wordpress