โจรสลัดของไซปรัสทำให้มันเป็นอนาคตที่ดีกว่า

เดินตามรอยเท้าของผู้อื่นก่อน เพื่อสร้างอนาคต

ช่าว

องค์การนิรโทษกรรมสากลแถลงไซปรัสไร้มนุษยธรรม

สืบเนื่องมาจากองค์การนิรโทษกรรมสากลแถลงข่าวว่า มีหลักฐานที่ชี้ได้ว่า รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐไซปรัสได้มีการกระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเลวร้าย โดยกระทำต่อผู้ลี้ภัยซึ่งเป็นประชาชนที่หลบหนีหัวซุกหัวซุนมาจากสงครามอันโหดร้ายจากประเทศซีเรียหวังหนีร้อนมาพึ่งเย็น แต่ไซปรัสกลับใช้มาตรการกักขังผู้อพยพลี้ภัยเหล่านี้เสียอย่างนั้นทั้ง ๆ ที่พวกเขาไม่ได้ทำความผิด ไม่ใช่นักโทษ แทนที่จะให้ช่วยเหลือให้พวกเขาได้อยู่รอดปลอดภัยตามหลักมนุษยธรรม สิ่งนี้ถือว่าละเมิดกฎหมายสหภาพยุโรป หรืออียูที่สาธารณรัฐไซปรัสก็เข้าร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกด้วย โดยทางองค์การนิรโทษกรรมสากลยังเผยเพิ่มเติมอีกว่า การกระทำอย่างโหดเหี้ยมและเลวร้ายที่สาธารณรัฐไซปรัสกระทำต่อผู้อพยพลี้ภัยนี้ สืบเนื่องมาจากไซปรัสไม่พอใจที่มีการหลั่งไหลของผู้ลี้ภัยเข้าประเทศปีละหลายพันคน ทั้งที่หวังมาพักพิงในไซปรัสและใช้เป็นทางผ่านเพื่อหวังไปตายเอาดาบหน้าในประเทศแถบยุโรป ไซปรัสหวังว่าการกระทำอันโหดร้ายที่ปฏิบัติกับผู้ลี้ภัยอย่างนักโทษจะทำให้พวกเขาเหล่านั้นไม่กล้าเข้ามาอีก จะได้ไม่ต้องเป็นภาระของไซปรัสนั่นเองซึ่งทางองค์การนิรโทษกรรมสากลยังได้พบอีกว่าการกระทำเช่นนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว มีผู้ลี้ภัยจำนวนมากที่ถูกคุมขังอยู่ในสาธารณรัฐไซปรัสเยี่ยงนักโทษเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 18 เดือน ถือเป็นสิ่งที่ผิดหลักมนุษยธรรม ผิดหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และผิดกฎของสหภาพยุโรปอีกด้วย ทางองค์การยังกล่าวอีกว่า ขอให้สาธารณรัฐไซปรัสได้คำนึงถึงในยามที่ตนเองเคยประสบปัญหาสงครามกลางเมืองเช่นนี้ด้วย ที่หลายประเทศได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเพื่อให้ไซปรัสผ่านวิกฤตนั้นมาได้ ดังนั้นเมื่อยามที่ยืนขึ้นได้แล้วก็ควรจะช่วยโอบอุ้มผู้ที่เคยล้มเช่นตนเอง ไม่ใช่เหยียบซ้ำเช่นนี้ ถือเป็นการกระทำที่ไรมนุษยธรรมสิ้นดี และทันทีที่องค์การนิรโทษกรรมสากลได้ออกมาแถลงข้อมูลนี้ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐไซปรัส นายนิคอส อนาสตาเซียเดส และผู้นำรัฐบาลคนปัจจุบัน จึงออกมาแถลงการณ์ตอบโต้โดยได้ยืนยันหนักแน่นว่า สาธารณรัฐไซปรัสไม่เคยปฏิบัติต่อผู้ลี้ภัยอย่างเลวร้ายดังที่ถูกกล่าวหาเลย ตลอดมาได้ยึดมั่นตามหลักสากลที่ได้กำหนดขึ้นต่อผู้อพยพลี้ภัยเสมอ และก็ไม่เคยได้รับข้อมูลว่ามีหน่วยงานใดในสาธารณรัฐไซปรัสที่กระทำต่อผู้ลี้ภัยอย่างรุนแรงและโหดร้ายตามที่โดนกล่าวหาด้วย อย่างไรก็ตามก็ยังเป็นที่น่าจับตามองต่อไปว่ารัฐบาลไซปรัสได้กระทำการนี้จริงหรือไม่ หรือจะเป็นโจมตีให้สาธารณรัฐไซปรัสถูกบอยคอตจากนานาอารยประเทศเพื่อผลประโยชน์บางอย่างตามที่ไซปรัสกล่าวอ้าง

ความขัดแย้งระหว่างพลเมืองสองเชื้อชาติในไซปรัสที่มีประเทศมหาอำนาจคอยหนุนหลัง

เกาะไซปรัสหรือประเทศไซปรัส ตั้งอยู่แถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนโดยมีเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของแถบนั้น เป็นส่วนหนึ่งของทวีปยุโรปใต้ มีชื่อเป็นทางการคือ สาธารณรัฐไซปรัส เดิมทีตกเป็นอาณานิคมของสหราชอาณาจักรหรือประเทศอังกฤษ และได้รับอิสรภาพคืนเมื่อปี 1960 ประชากรส่วนมากของไซปรัสนั้นมี 2 เชื้อสายหลัก ๆ คือ กรีซและตุรกี และกลายมาเป็นความขัดแย้งที่ลุกลามเป็นปัญหาใหญ่ภายหลัง เหตุการณ์นั้นเริ่มตั้งแต่ราว ปี 1950 ขณะนั้นไซปรัสยังตกเป็นอาณานิคมและอยู่ภายใต้การปกครองของสหราชอาณาจักร ประชนไซปรัสเชื้อสายกรีซได้มีการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้รวมประเทศไซปรัสเข้ากับประเทศกรีซ แต่ประชาชนไซปรัสเชื้อสายตุรกีไม่เห็นด้วยและต้องการแบ่งแยกดินแดนออกไปปกครองตนเองให้ชัดเจน สหราชอาณาจักรได้ช่วยไกล่เกลี่ยหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ไม่เป็นผล จนในที่สุดอังกฤษก็คืนเอกราชให้กับไซปรัส แต่หลังจากได้รับเอกราชกลับคืนมา เหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างสองชนชาติของไซปรัสกลับยิ่งเพิ่มความรุนแรงขึ้นเป็นทวีคูณ รัฐบาลของไซปรัสในขณะนั้นอยู่ภายใต้การนำของผู้นำที่มีเชื้อสายตุรกี ได้ถูกชาวไซปรัสเชื้อสายกรีซทำการรัฐประหารและเข้าไปบริหารแทน หลังจากนั้นราว 5 วัน ประเทศตุรกีก็ทำการแทรกแซงโดยส่งกองทัพเข้ามาช่วยชาวไซปรัสเชื้อสายตุรกียึดครองอำนาจกลับคืน ทางฝั่งประเทศกรีซก็มีการหนุนหลังชาวไซปรัสเชื้อสายกรีซเช่นกัน ทำให้ครั้งนี้เป็นสงครามกลางเมืองที่ไม่ใช่แค่ปัญหาภายในประเทศเสียแล้ว แต่กลับเป็นสงครามระหว่างประเทศตุรกีและประเทศกรีซด้วยโดยผ่านประชากรเชื้อสายของพวกเขาในประเทศไซปรัสนั่นเอง ซึ่งสงครามครั้งนี้นำมาซึ่งความเสียหายทางทรัพย์สินและชีวิตเป็นอันมาก สุดท้ายสหประชาชาติต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือและไกล่เกลี่ยจนทั้งสองฝ่ายรับปากยุติสงคราม แต่กระนั้นทางฝั่งประเทศตุรกีก็ยึดครองดินแดนทางตอนเหนือของไซปรัส ขับไล่พลเมืองชาวกรีซให้ออกไปและให้พลเมืองเชื้อสายตุรกีของตนเองเข้ามาอาศัยอยู่แทน และได้สถาปนาดินแดนแห่งนั้นเป็น สาธารณรัฐตุรกีแห่งไซปรัสเหนือ ขึ้นมา โดยมีตุรกีเป็นผู้สนับสนุนหลัก ส่วนชาวไซปรัสเชื้อสายกรีซนั้นก็ปกครองบริเวณเดิมคือ สาธารณรัฐไซปรัส และปี 1983 องค์การสหประชาชาติก็ได้กำหนดเส้นกั้นดินแดนระหว่างทั้งสองขึ้นที่เรียกว่า กรีนแลนด์ เพื่อไม่ให้ล้ำเส้นกันและกัน จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองชนชาติก็ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้และยังมีการกระทบกระทั่งกันอยู่เนือง ๆ และไม่เพียงแต่ขัดแย้งกันระหว่างชนชาติภายในประเทศเท่านั้น […]

ระบบการเมืองการปกครองของสาธารณรัฐไซปรัส

สาธารณรัฐไซปรัส เป็นเมืองที่เป็นหมู่เกาะตั้งอยู่ในแถวทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีความสวยงามและมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของหมู่เกาะในแถบทะเลนั้น เมืองหลวงคือเมืองนิโคเซีย มีพื้นที่ทั้งหมดราว 9,251 ตารางกิโลเมตร แต่มีการแบ่งแยกดินแดนเพื่อปกครองตนเองของชาวไซปรัสเชื้อสายตุรกีไปราว 3,355 ตารางกิโลเมตร นับถือกรีซออโทดอกซ์เป็นส่วนมากถึงกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาเป็นมุสลิม มาโรไนต์ ศาสนาคริสน์นิกายโรมันคาทอลิกและนิกายอาร์เมเนียนตามลำดับ ภาษาที่ใช้ก็มีภาษากรีซ ภาษาตุรกี และภาษาอังกฤษ โดยมากประชากรของสาธารณรัฐไซปรัสจะพูดอังกฤษได้ค่อนข้างดีเพราะเคยตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษหรือสหราชอาณาจักรมาก่อน สาธารณรัฐไซปรัส ปกครองประเทศในรูปแบบของสาธารณรัฐ โดยมีรัฐธรรมนูญฉบับปี 1960 เป็นกฎหมายสูงสุด รัฐสภาเป็นแบบสภาผู้แทนราษฎรอย่างเดียว โดยจะมีการจัดการเลือกตั้งทุก 5 ปี แบ่งออกเป็นสองสภาคือ สภาผู้แทนราษฎรไซปรัสกรีซ และสภาพผู้แทนราษฎรไซปรัสตุรกี ซึ่งจากการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อปี 2013 นั้น ได้ประธานาธิบดีคนล่าสุดของสาธารณรัฐไซปรัส คือ นายนิโคส์ อะนาสตาเซียเดส ซึ่งประธานาธิบดีนั้นจะมีอำนาจหน้าที่เป็นหัวหน้าฝ่ายรัฐบาลและถือเป็นประมุขของสาธารณรัฐไซปรัสด้วย อำนาจหน้าที่นั้นครอบคลุมไปถึงการแต่งตั้งหรือถอดถอดคณะรัฐมนตรี โดยอำนาจนั้นต้องร่วมกับรองประธานาธิบดีด้วย ซึ่งกฎหมายกำหนดไว้ว่ารองประธานาธิบดีต้องเป็นตัวแทนที่มาจากฝั่งของไซปรัสตุรกีแต่ขณะนี้ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งเพราะ ไซปรัสตุรกีนั้นได้แบ่งแยกดินแดนไปปกครองตนเองแล้ว คือสาธารณรัฐตุรกีแห่งไซปรัสเหนือ จึงไม่มีการส่งสมาชิกมาร่วมแต่อย่างใด ส่วนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของสาธารณรัฐไซปรัสในปัจจุบันนั้นมีจำนวนทั้งหมด 59 คน โดยมาจากระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนจากทางฝั่งไซปรัสกรีกจำนวน 56 คน เป็นตัวแทนจากชนชาติอาร์เมเนียนจำนวน […]

มหากาพย์ความขัดแย้งระหว่างกรีซกับตุรกีกรณีแย่งชิงไซปรัส

ย้อนกลับไปเมื่อราวสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เกาะไซปรัสที่ตั้งอยู่แถบฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนซึ่งเดิมทีนั้นเป็นหนึ่งในอาณาจักรกรีซ เป็นสถานที่อันมีทำเลเหมาะสมแก่การตั้งฐานทัพเป็นอย่างยิ่ง ทั้งประเทศจีนและประเทศรัสเซียต่างก็เคยยึดครองเพื่อซ้อมรบและต้องการพื้นที่แห่งนี้ไว้ครอบครองแต่ก็ยังไม่แสดงท่าทีอันใดเพราะจะถือว่าผิดหลักมนุษยชนเป็นอย่างมาก ทั้งสหประชาชาติและทั่วโลกก็จะโจมตีหากกระทำอย่างนั้น สุดท้ายก็ต่างคนต่างแยกทางกันไป แต่ประเทศใกล้เคียงซึ่งแรกเริ่มเดิมทีนั้นเรียกว่าอาณาจักรออตโต้มันหรือตุรกีในปัจจุบันนั่นแหละ หลังสงครามออตโต้มันล่มสลายไปแต่ก็กลับมาฟื้นคืนได้อีกครั้งและพยายามล่าอาณานิคมประเทศที่เหมาะสมและอยู่ใกล้เคียง ดังนั้นไซปรัสก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายที่ตุรกีพยายามที่จะโจมตีเพื่อยึดครองมาให้ได้ พยายามทุกวิถีทางในการเข้าสอดแทรกทางการเมือง ทั้งยังมีพลเมืองตุรกีที่อพยพเข้าไปอยู่ในไซปรัสเป็นจำนวนมาก แต่ขณะเดียวกันก็มีหอกค้ำคออย่างประเทศกรีซอยู่ ที่สำคัญพลเมืองส่วนมากในไซปรัสก็เป็นชาวกรีซ ทำให้ไซปรัสนั้นแบ่งเป็นสองฝ่ายคือ ไซปรัสตุรกี และไซปรัสกรีซ ในราวปี 1974 ทางฝั่งกรีซก็ทำการลงมือก่อนโดยทำการเข้าปฏิวัติภายใต้การนำของนายดิมิทริออส โลอันนิเดส ซึ่งมอบหมายหน้าที่ให้นายพลนิกอส แซมป์สัน เข้ายึดอำนาจจากประธานาธิบดีมาคาริออสของประเทศไซปรัสที่มีเชื้อสายตุรกี และทางฝั่งตุรกีก็แสดงท่าทีโต้ตอบโดยทันควันใน 5 วันหลังจากนั้น โดยส่งทหารราว 6,000 นาย รวมทั้งสรรพาวุธเต็มกำลังเข้าเปิดฉากถล่มไซปรัสกรีซ เกิดการปะทะและสูญเสียทั้งชีวิต และทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก สามวันหลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายก็เจรจาหยุดยิงกัน แต่แม้ว่าจะตกลงกันเป็นดิบดีแต่ทางฝั่งตุรกีก็ยังส่งทหารกว่า 30,000 นายเข้าไปยึดเมืองไครีเนีย และในปลายปีเดียวกันก็ยังทำการเข้ายึดอีกสี่เมืองในไซปรัสเพิ่ม ได้แก่ เมืองคาปาส ฟามากัสต้า เมซาโอเรีย และโมร์ฟู โดยทำการขับไล่รุกรานไซปรัสกรีซเป็นจำนวนถึงราว 180,000 คน ให้ออกจากพื้นที่ดังกล่าวนี้แล้วส่งพลเมืองของตนเองราว 50,000 คนเข้าไปตั้งหลักปักฐานทำมากินบริเวณนี้แทนเสียเลย แม้ว่าสงครามจะยุติลงแล้วและตุรกีก็ได้เปรียบทางฝั่งกรีซเป็นอย่างมากแต่ตุรกีก็ยังไม่ยอมถอนทัพออกจากไซปรัส ดังนั้นสหประชาชาติจึงต้องส่งทหารเข้าไปปักหลักอยู่บริเวณคั่นดินแดนทั้งสองเพื่อคอยช่วยเหลือไม่ให้เกิดสงครามขึ้นอีก จึงทำให้เกิดการแบ่งแยกดินแดนออกเป็นสองฝ่ายคือ สาธารณรัฐไซปรัส และสาธารณรัฐตุรกีแห่งไซปรัสเหนือ ซึ่งก็ยังเป็นปัญหาความขัดแย้งที่ยืดเยื้อจนมาถึงปัจจุบันนั่นเอง

Proudly powered by Wordpress